แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บทวาม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บทวาม แสดงบทความทั้งหมด

24/9/53

2012 วันสิ้นโลก




2012 วันสิ้นโลก

เรื่องนี้คือเรื่อง ดาวปริศานาดวงที่ 12 ของ ระบบสุริยะจักรวาล
ถ้าใครได้พอดูความปี 2002 จะได้ทราบว่า นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบ ดาวดวงที่ 12 ขึ้นมาอยู่ในระบบกาแล็คซี่เราดื้อๆ
แต่ความเป็นจริงนักดาราศาสตร์รู้จักดาวนี้มาตั้งแต่ปี 1982 แล้ว
ซึ่งเป็นข่าวใหญ่โตมากช่วงเดือน พฤษภาคม เพราะฉันก็ได้ดูเหมือนกัน
มันคือดาวที่มีชื่อตั้งทางวิทยาศาตร์ว่า นิบิรุ (Nibiru)
และด้วยหลักฐานโบราณวัตถุและนักโบราณคดีได้กล่าวไว้เนืองๆ ว่า...
สิ่งของที่ไม่สามารถอธิบายด้วยวิทยาศาสตร์ได้เกิดจากดาวดวงนี้
แต่สิ่งที่เรารับรู้คือเจอดาวเคราห์ดวงใหม่ แล้วก็จบ...
ทำไมถึงกล่าวอ้างเช่นนั้น?
ิสิ่งที่เราไม่รู้มันคือสิ่งนี้คะ....
ดาวดวงนี้ทุนเดิมไม่ได้อยู่ในระบบกาแล็คซี่ทางช้างเผือกมาแต่เนิ่นๆ อยู่แล้ว
แต่... มีวงโคจรกว้างใหญ่ไพศาลมาก จนมาทับซ้อนลงบนกาแล็คซี่นี้
แปลว่า... ที่นักวิทยาศาสตร์เห็นเพิ่มมาดวงก็แปลว่ามันโคจรเข้ามาใกล้กาแล็คซี่เราสินะ
ถูกครึ่งเดียวค่ะความจริงมันเเข้ามาทับวงโคจรทั้งแถบเลย

10/7/53

เ ว ล า กั บ น า ฬิ ก า --> แ ต ก ต่ า ง แ ต่ เ ติ ม เ ต็ ม

แปลกมั๊ย..ใคร ๆ ก็คิดว่าเวลากับนาฬิกาเป็นสิ่งที่คู่กันเสมอจริง ๆ แล้ว มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นซักหน่อย

เวลา... เดินไปข้างหน้า
นาฬิกา.. เดินอยู่ที่เก่า

เวลา.. เราไม่อาจย้อนกลับ
นาฬิกา.. เราหมุนย้อนมันได้

เวลา.. เมื่อสูญเสียไปแล้วไม่อาจเรียกร้องคืน
นาฬิกา.. เสียก็ซ่อม หรือซื้อใหม่ไปเลย

เวลา.. ได้มาฟรีๆ ไม่ต้องแลกกะอะไร
นาฬิกา.. ยิ่งสวยยิ่งแพง ใช้เงินซื้อมันมาทั้งนั้น

แล้วอย่างนี้ มันจะคู่กันได้ยังไง ในเมื่อมันแตกต่างกันเหลือเกิน


แต่ถามหน่อย.. ถ้าไม่มีนาฬิกา จะรู้เวลามั๊ย
หรือถ้ามีแต่นาฬิกา แต่ไม่รู้จักเวลา จะมีประโยชน์อะไร


ถึง 2 สิ่งจะแตกต่างกัน แต่ถ้ามันจะคู่กันแล้ว
ย่อมมีจุดร่วมกันเสมอ เพียงแต่จะมองเห็นมันรึป่าว?

ฉันกับเค้า.. อาจไม่มีอะไรเหมือนกัน

ฉันกับเค้า.. มีความคิด และวิถีชีวิตที่ต่างกัน

ฉันกับเค้า.. อาจเดินกันคนละเส้นทาง

ฉันกับเค้า.. อาจมีความฝันที่ห่างไกลกัน

ฉัน.. อาจเหมือนกับเวลา ที่ชอบเดินไปข้างหน้า หาสิ่งใหม่ๆที่ท้าทาย โดยทิ้งหลายสิ่งไว้ข้างหลัง

เค้า.. อาจเหมือนกับนาฬิกา ที่ยังเป็นแบบเดิมๆ ใช้ชีวิตและทำหน้าที่ไปเรื่อยๆ ในมุมเก่าๆ

ฉันอาจไม่พบกับเค้าเลย ถ้าฉันยังดึงดันจะมองแต่ข้างหน้า

ฉันอาจไม่พบกับเค้าเลย ถ้าฉันไม่มองไปข้างหลัง

เค้ายังไม่เห็นฉัน เพราะเขายังอยู่แบบเดิมๆ

เค้ายังไม่เห็นฉัน เพราะเขายังก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของเขาไป

แต่ฉันยังเฝ้ามอง เฝ้ารอ … ความแตกต่าง อาจสร้างกำแพงบังเค้าไว้

แต่ฉันยังเชื่อมั่น ว่าซักวัน สิ่งนั้นน่ะแหละ ที่จะเชื่อมโยงใจเราเข้าหากัน

ความแตกต่าง จะเติมเต็มส่วนที่เราขาดหาย

และสุดท้ายก็จะเหลือเพียงแค่คำว่า..**กันและกัน **

5/7/53

ธาตุกัมมันตรังสี

ในปี ค.ศ. 1896 อองตวน อองรี เบ็กเคอเรล นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส พบว่า เมื่อเก็บแผ่นฟิล์มถ่ายรูปที่หุ้มด้วยกระดาษสีดำไว้กับสารประกอบของยูเรเนียม ฟิล์มจะมีลักษณะเหมือนถูกแสง และเมื่อทำการทดลองกับสารประกอบของยูเรเนียมชนิดอื่นๆ ก็ได้ผลเช่นเดียวกัน จึงสรุปได้ว่าน่าจะมีรังสีแผ่ออกมาจากธาตุยูเรเนียม ดังภาพ

ภาพที่ 10 การทดลองสารกัมมันตรังสีของอองตวน อองรี เบ็กเคอเรล
ต่อมา ปีแอร์ และมารี กูรี ได้ค้นพบว่า ธาตุยูพอโลเนียม เรเดียม และทอเรียม ก็สามารถแผ่รังสีได้เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นจึงสรุปได้ว่า ธาตุกัมมันตรังสี หมายถึง ธาตุที่แผ่รังสีได้ เนื่องจากนิวเคลียสของอะตอมไม่เสถียร เป็นธาตุที่มีเลขอะตอมสูงกว่า 82 กัมมันตภาพรังสี หมายถึง ปรากฏการณ์ที่ธาตุแผ่รังสีได้เองอย่างต่อเนื่อง รังสีที่ได้จากการสลายตัว มี 3 ชนิด คือ รังสีแอลฟา รังสีบีตา และรังสีแกมมา ในนิวเคลียสของธาตุประกอบด้วยโปรตอนซึ่งมีประจุบวกและนิวตรอนซึ่งเป็นกลางทางไฟฟ้า สัดส่วนของจำนวนโปรตอนต่อจำนวนนิวตรอนไม่เหมาะสมจนทำให้ธาตุนั้นไม่เสถียร ธาตุนั้นจึงปล่อยรังสีออกมาเพื่อปรับตัวเองให้เสถียร ซึ่งเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เช่น
(ธาตุยูเรเนียม) (ธาตุทอเลียม) (อนุภาคแอลฟา)
จะเห็นได้ว่า การแผ่รังสีจะทำให้เกิดธาตุใหม่ได้ หรืออาจเป็นธาตุเดิมแต่จำนวนโปรตอนหรือนิวตรอนอาจไม่เท่ากับธาตุเดิม และธาตุกัมมันตรังสีแต่ละธาตุ มีระยะเวลาในการสลายตัวแตกต่างกันและแผ่รังสีได้แตกต่างกัน เรียกว่า ครึ่งชีวิตของธาตุ ครึ่งชีวิตเป็นสมบัติเฉพาะตัวของแต่ละไอโซโทปและสามารถใช้เปรียบเทียบอัตราการสลายตัวของธาตุกัมมันตรังสีแต่ละชนิดได้
ตารางที่ 7 ชนิดและสมบัติของรังสีบางชนิด
ชนิดของรังสี
สัญลักษณ์
สมบัติ
รังสีแอลฟาหรืออนุภาคแอลฟา
หรือ
เป็นนิวเคลียสของอะตอมฮีเลียม มีโปรตอนและนิวตรอนอย่างละ 2 อนุภาค มีประจุไฟฟ้า +2 มีเลขมวล 4 มีอำนาจทะลุทะลวงต่ำเพียงแค่กระดาษ อากาศที่หนาประมาณ 2-3 cm น้ำที่หนาขนาดมิลลิเมตร หรือโลหะบางๆ ก็สามารถกั้นอนุภาคแอลฟาได้
รังสีบีตาหรืออนุภาคบีตา
หรือ
มีสมบัติเหมือนอิเล็กตรอน มีประจุไฟฟ้า -1 มีมวลเท่ากับอิเล็กตรอน (น้อยมาก) มีอำนาจทะลุทะลวงสูงกว่ารังสีแอลฟาประมาณ 100 เท่า สามารถผ่านแผ่นโลหะบางๆ ได้ และมีความเร็วใกล้เคียงกับความเร็วแสง
รังสีแกมมา
เป็นคลื่อนแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความยาวคลื่นสั้นมาก ไม่มีประจุ ไม่มีมวล เป็นรังสีที่มีพลังงานสูง มีความเร็วเท่ากับความเร็วแสงและมีอำนาจทะลุทะลวงสูง สามารถผ่านแผ่นตะกั่วหนา 8 mm หรือแผ่นคอนกรีตหนาๆ ได้

ภาพที่ 11 อำนาจทะลุทะลวงของรีงสีต่างๆ
การเกิดปฏิกิริยาของธาตุกัมมันตรังสี การเกิดปฏิกิริยาของธาตุกัมมันตรังสี เรียกว่า ปฏิกิริยานิวเคลียร์ ซึ่งมี 2 ประเภท คือ 1. ปฏิกิริยาฟิชชัน (Fission reaction) คือ ปฏิกิริยานิวเคลียร์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากการยิงอนุภาคนิวตรอนเข้าไปยังนิวเคลียสของธาตุหนัก แล้วทำให้นิวเคลียร์แตกออกเป็นนิวเคลียร์ที่เล็กลงสองส่วนกับให้อนุภาคนิวตรอน 2-3 อนุภาค และคายพลังงานมหาศาลออกมา ถ้าไม่สามารถควบคุมปฏิกิริยาได้อาจเกิดการระเบิดอย่างรุนแรงที่เรียกว่า ลูกระเบิดปรมาณู (Atomic bomb) เพื่อควบคุมปฏิกิริยาลูกโซ่ไม่ให้เกิดรุนแรงนักวิทยาศาสตร์จึงได้สร้างเตาปฏิกรณ์ปรมาณูเพื่อใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า
ภาพที่ 12 การเกิดปฏิกิริยาฟิชชัน
2. ปฏิกิริยาฟิวชัน (Fussion reaction) คือ ปฏิกิริยานิวเคลียร์ที่นิวเคลียสของธาตุเบาหลอมรวมกันเข้าเป็นนิวเคลียสที่หนักกว่า และมีการคายความร้อนออกมาจำนวนมหาศาลและมากกว่าปฏิกิริยาฟิชชันเสียอีก ปฏิกิริยาฟิวชันที่รู้จักกันดี คือ ปฏิกิริยาระเบิดไฮโดรเจน (Hydrogen bomb) ดังภาพ
ภาพที่ 13 การเกิดปฏิกิริยาฟิวชัน
ประโยชน์จากการใช้ธาตุกัมมันตรังสี 1. ด้านธรณีวิทยา การใช้คาร์บอน-14 (C-14) คำนวณหาอายุของวัตถุโบราณ 2. ด้านการแพทย์ ใช้ไอโอดีน-131 (I-131) ในการติดตามเพื่อศึกษาความผิดปกติของต่อมไธรอยด์ โคบอลต์-60 (Co-60) และเรเดียม-226 (Ra-226) ใช้รักษาโรคมะเร็ง 3. ด้านเกษตรกรรม ใช้ฟอสฟอรัส 32 (P-32) ศึกษาความต้องการปุ๋ยของพืช ปรับปรุงเมล็ดพันธุ์ที่ต้องการ และใช้โพแทสเซียม-32 (K–32) ในการหาอัตราการดูดซึมของต้นไม้ 4. ด้านอุตสาหกรรม ใช้ธาตุกัมมันตรังสีตรวจหารอยตำหนิ เช่น รอยร้าวของโลหะหรือท่อขนส่งของเหลว ใช้ธาตุกัมมันตรังสีในการ ตรวจสอบและควบคุมความหนาของวัตถุ ใช้รังสีฉายบนอัญมณีเพื่อให้มีสีสันสวยงาม 5. ด้านการถนอมอาหาร ใช้รังสีแกมมาของธาตุโคบอลต์-60 (Co–60) ปริมาณที่พอเหมาะใช้ทำลายแบคทีเรียในอาหาร จึงช่วยให้เก็บรักษาอาหารไว้ได้นานขึ้น 6. ด้านพลังงาน มีการใช้พลังงานความร้อนที่ได้จากปฏิกิริยานิวเคลียร์ในเตาปฏิกรณ์ปรมาณูของยูเรีเนียม-238 (U-238) ต้มน้ำให้กลายเป็นไอ แล้วผ่านไอน้ำไปหมุนกังหัน เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า


เอ็กซ์-เรย์
อาบรังสีเพื่อถนอมอาหาร
โรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์
ภาพที่ 14 ตัวอย่างประโยชน์จากธาตุกัมมันตรังสี
ตารางที่ 8 แสดงธาตุและไอโซโทป
ธาตุ/ไอโซโทป
ครึ่งชีวิต
แบบการสลายตัว
ประโยชน์
Tc -99
6 ชั่วโมง


C-14
5,760 ปี
บีตา
หาอายุวัตถุโบราณ
Co-60
5.26 ปี
แกมมา
รักษามะเร็ง
Au-198
2.7 วัน
บีตา แกมมา
วินิจฉัยตับ
I-125
60 วัน
แกมมา
หาปริมาณเลือด
I-131
8.07 วัน
บีตา แกมมา
วินิจฉัยอวัยวะ
P-32
14.3 วัน
บีตา
รักษามะเร็ง
Pu-239
24,000 ปี
แอลฟา แกมมา
พลังงาน
K-40
1x109 ปี
บีตา
หาอายุหิน
U-238
4.5x109 ปี
แอลฟา แกมมา
วัตถุเริมต้นให้ Pu-239
U-235
7.1x109 ปี
แอลฟา แกมมา
รักษามะเร็ง
Cl-36
4x105 ปี


Po-216
0.16 วินาที


Ra-226
1,600 ปี
แอลฟา แกมมา
รักษามะเร็ง
โทษของธาตุกัมมันตรังสี 1. ถ้าร่างกายได้รับจะทำให้โมเลกุลภายในเซลล์เกิดการเปลี่ยนแปลงไม่สามารถทำงานตามปกติได้ ถ้าเป็นเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดลักษณะพันธุกรรมก็จะเกิดการผ่าเหล่า โดยเฉพาะเซลล์สืบพันธุ์เมื่อเข้าไปในร่างกายจะไปสะสมในกระดูก 2. ส่วนผลที่ทำให้เกิดความป่วยไข้จากรังสี เมื่ออวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายได้รับรังสี โมเลกุลของธาตุต่างๆ ที่ประกอบเป็นเซลล์จะแตกตัว ทำให้เกิดอาการป่วยไข้และเกิดมะเร็งได้


3/6/53

นิยามรักของฉันและเธอเป็นแบบเดียวกันไหม...?

นิยามรักของฉันและเธอเป็นแบบเดียวกันไหม...?


.. บางครั้ง "ความรัก"ก็เดินเข้ามาหาเรา เพื่อให้เราเรียนรู้ มิใช่เพื่อให้เราครอบครอง

... ไม่ผิด หากจะรักคนมีเจ้าของ แต่จะผิด หากเข้าไปทำหน้าที่ซ้ำซ้อนกับคนอีกคน

... หน้าที่ของ "ความรัก" คือการเดินไปรับ และยืนเฉยๆ เพื่อรับมัน ไม่ใช่ดิ้นรนเพื่อให้ได้มา

... ในห้วงรัก การถูกรัก มันสุขใจ การมอบความรัก มันอิ่มเอม และเมื่อได้รับการปฏิเสธ มันทรมาณ

... "ความรัก" จะเกิดขึ้น เมื่อเกิดการถ่ายเทพลังงานอันอ่อนโยนของคนสองคน

... คนบางคน เหมาะที่จะเกิดมาเพื่อให้เรารัก แต่ไม่เหมาะที่จะร่วมชีวิตด้วย

... "ความรัก"ระยะแรกทำให้ร่างกายหลั่งสารกระตือรือร้น ทำให้มนุษย์ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่ง"ความรัก"

... แฟน ก็คือ เพื่อนคู่คิด ที่จะก้าวไปด้วยกันในวันข้างหน้า

... ในวันที่ "ความรัก"คงที่ สารกระชุ่มกระชวยงดทำงาน สิ่งเดียวที่จะทำให้อยู่ด้วยกันได้ตลอดไป คือ "ความเข้าใจ" ล้วนๆ

... ความห่างไกล มันทรมาน เวลาเจอกันจึงหอมหวาน และเป็นความทรงจำที่เก็บไปนั่งเพ้อฝันได้ในวันจาก

... บุคคลไม่พึงประสงค์สำหรับทุกคู่รัก มันจะเดินทางเข้ามาโดยไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย

... ผู้ชาย แสดง "ความรัก" ด้วยการกระทำ ขณะที่ผู้หญิง อยากรู้ว่า "รัก" จากคำพูด

26/10/52

นิยายรัก

แสงไฟจากตะเกียงดูริบหรี่ โอนไหวตามสายลมหนาวที่พัดมาปะทะ หญิงสาวจับจ้องอยู่ที่เจ้าตะเกียงนั้นด้วนท่าทีที่เขินอายเธอมาที่นี่กับชายคนรัก ที่เพิ่งคบกันได้ไม่นานเขาและเธอมักจะมานั่งคุยกันที่ร้านนี้เสมอ "นัท มองพี่สิ มองอะไรตะเกียง"เคชายคนรักเอ่ยขึ้นเพื่อทำลายบรรยากาศที่สงบเงียบ"แล้วจะให้เค้ามองอะไรล่ะ มองคุณเหรอ" เธอทำหน้าล้อเลียนแก้เขิน "อ้าว....ก็งั้นสิ..." "รู้มั้ยว่านัทน่ารักมาก ตั้งแต่ครั้งแรกที่เค้าเห็นคุณก็รู้สึกชอบขึ้นมาทันทีไม่รู้ทำไมนะ"หญิงสาวเพียงยิ้มตอบไม่มีคำพูดใดๆ "เมื่อไหร่คุณจะรักเค้าบ้างนะ""เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น" "รู้มั้ยตอนเด็กๆ มีคนเคยเล่านิทานให้ฟังเรื่องนึงเค้าชอบมากเลยละ" " อือ...อยากฟังจังเล่าให้ฟังหน่อยสิ"หญิงสาวพูดพลางคนนมปั่นในแก้ว
"กาลครั้งนึงนานมาแล้ว....มีเมืองอยู่เมืองนึงเป็นเมืองที่ร่ำรวยมากพระราชามีองค์หญิงที่สวยงามมากจนเป็นที่หมายปองแก่ชายหนุ่มทั่วไป" "และหนึ่งในนั้นก็คือ..คุณ" นัทแทรกขึ้น "ไม่เอาอย่าแทรกซิ...เล่าต่อนะ" " พระราชาปกครองชาวเมืองอย่างปกติสุขแต่อยู่มาวันหนึ่งได้มีโจรสลัดเดินทางผ่านมาได้ยินถึงกิตติศัพท์ความงามขององค์หญิงและความร่ำรวยของเมืองนี้ จึงเกิดความอยากได้มาเป็นเจ้าของ เจ้าโจรสลัดจึงเข้าปล้นเมือง และชิงตัวองค์หญิงไป พระราชาเศร้าใจมาก จึงประกาศหาอัศวินหนุ่มที่มีความสามารถมาช่วยกอบกู้เมือง และให้สัญญาว่าถ้าใครสามารถปราบโจรสลัดนี้ได้ ก็จะยกสมบัติให้ครึ่งนึงพร้อมองค์หญิง เหล่าอัศวินที่มีฝีมือต่างก็เข้ามาอาสามากมาย แต่....ไม่มีใครสามารถเอาชนะเจ้าโจรสลัดได้เลยณ ที่ชายเมืองได้มีช่างไม้คนหนึ่งได้ยินข่าวจึงอยากจะอาสาเข้าไปปราบโจรสลัด ชาวบ้านต่างก็คัดค้านความคิดของช่างไม้ว่า ช่างเป็นความคิดที่แสนเขลา ช่างไม้หาได้ฟังไม่ กลับเดินทางเข้าไปในเมืองเพื่อสู้กับโจรสลัด แต่อนิจจาช่างไม้ผู้เขลา ไร้ซึ่งฝีมือในการรบมีเพียงมือสองข้างกับความสามารถทางด้านช่างไม้เท่านั้น กล้าที่จะหาญสู้กับโจรสลัดผู้ร้ายกาจ สุดท้ายช่างไม้ก็พ่ายแพ้แก่โจรสลัด ถูกตัดแขน ตัดขา กลับมาที่หมู่บ้านอนิจจาบัดนี้เขากลายเป็นคนพิการไปแล้วเขาไม่สามารถที่จะใช้แขนขาของเขาในการทำมาหากินได้ ช่างไม้ก็ได้แต่นั่งเศร้าใจอยู่อย่างนั้น" . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . ."จบแล้วเหรอ" นัทเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าเคเงียบไปนาน "อือ..." "แต่เค้าอยากให้มีต่อนะ...เค้าเคยแต่งนิทานเรื่องนี้ต่อนะ" "เอาสิเล่าๆๆ""เค้าอยากให้มีนางฟ้าใจดีมาช่วยต่อแขนขาให้กับช่างไม้"เคหยุดพูดแล้วจ้องหน้านัทจนหญิงสาวเขินอาย "แล้วไงละ""ไม่รู้ว่าจะมีนางฟ้าใจดีมาช่วยต่อแขนขาให้กับช่างไม้หรือเปล่า""ไม่รู้สิถ้าช่างไม้ทำตัวดีๆ นางฟ้าใจดีก้อจะช่วย" "เค้าช่วยแต่งนิทานเรื่องนี้ให้จบเอาไหม" " เอาสิ" "นางฟ้าเกิดใจร้ายขึ้นมาไม่ช่วยต่อแขนขาให้กับช่างไม้เกเรนะสิ"
กาลเวลาผ่านไป....เวลาระหว่างเขาและเธอก็หมดลงหญิงสาวกลับมาที่ร้านแห่งนั้นอีกครั้ง บัดนี้มันไม่เหมือนเดิมแล้ว ไม่มีแสงตะเกียง..... ไม่มีเขา...ไม่มีลมหนาวที่คอยพัดแสงตะเกียง.....ไม่มีร้านนมอีกต่อไป.... หญิงสาวนั่งคิดถึงนิทานที่เขาแต่งขึ้น "เค้ามีตอนจบของเรื่องนี้แล้วล่ะ..." หญิงสาวพูดขึ้นมาคนเดียว "ช่างไม้เฝ้าอ้อนวอนนางฟ้าใจดีให้ช่วยต่อแขน ขา ให้ จนนางฟ้าใจอ่อนยอมต่อแขน ขาให้ และให้กำลังแก่ช่างไม้ไปตีเมืองคืนมาได้และช่างไม้ได้ครองเจ้าหญิงสมใจ .... แต่นางฟ้ากลับต้องเศร้าใจ เมื่อนางฟ้าเกิดหลงรักช่างไม้แต่ช่างไม้ไม่สนใจ ทิ้งนางฟ้าให้อยู่คนเดียวและร้องไห้อยู่อย่างนั้น....เห็นไหมพอคุณได้ทุกอย่างสมใจแล้ว คุณก็ทิ้งเค้าไปเหมือนกับช่างไม้...คุณเฝ้าวอนขอความรักจากเค้า ขอให้เค้าช่วยรักษาแผลใจให้...แต่สุดท้ายคุณก็กลับไปหาเขา ทิ้งให้เค้าต้องอยู่ตามลำพังในโลกที่แสนโหดร้าย คุณใจร้ายมากรู้ใหม" หญิงสาวซบหน้าลงกับมือร่ำไห้